“เล่นเฟสบุ๊คอย่างไรไม่ให้ติดคุก”

Advertisements

วันปิยมหาราช 23 ตลาคม 2554

 

 

 

 

วันปิยมหาราช23 ตุลาคม 2554

ในรัชสมัยของพระองค์สยามประเทศได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความวัฒนาให้กับชาติเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าการไปรษณีย์โทรเลขโทรศัพท์ฯลฯด้วยพระราชกรณียกิจที่ยังความผาสุกให้เกิดแก่ประชาชนและพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่5 คือการประกาศเลิกทาสทำให้ปวงชนชาวไทยได้เป็นไทมาจวบจนทุกวันนี้ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงน้อมใจแสดงความจงรักภักดีด้วยการถวายพระนามว่าพระปิยมหาราชหรือพระพุทธเจ้าหลวงและกำหนดให้ทุกวันที่23 ตุลาคมเป็นวันปิยมหาราช
ความเป็นมาของวันปิยมหาราช
เมื่อวันที่23 ตุลาคม..2453 ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าโศกให้กับประเทศไทยครั้งใหญ่หลวงเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่5 ทรงประชวรเสด็จสวรรคตพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิตเนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์ที่เป็นที่เคารพรักของทวยราษฎร์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่าต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่6 ทางราชการได้ประกาศให้วันที่23 ตุลาคมซึ่งเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติเรียกว่าวันปิยมหาราชและกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งต่อมาเป็นกรุงเทพมหานครร่วมด้วยกระทรวงวังซึ่งต่อมาเป็นสำนักพระราชวังได้จัดตกแต่งพระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งราชวัติฉัตร5 ชั้นประดับโคมไฟทอดเครื่องราชสักการะที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราชครั้งแรกเกิดขึ้นถัดจากปีที่ได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายแล้วเสด็จฯไปถวายพวงมาลาทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะที่พระบรมราชานุสาวรีย์
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระนามเดิมว่าสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์พระราชสมภพเมื่อวันที่20 กันยายน..2396 เป็นพระราชโอรสองค์ที่4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าฟ้ารำเพยภมราภิรมย์(สมเด็จพระเทพศิรินทราพระบรมราชินี) เมื่อพระชนมายุได้9 พรรษาทรงได้รับสถาปนาขึ้นเป็นกรมหมื่นพิฆเนศวรสุรลังกาศต่อมาเมื่อพระชนมายุได้13 พรรษาทรงได้รับสถาปนาขึ้นเป็นกรมขุนพินิตประชานาถบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่11 พฤศจิกายน..2411 ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เนื่องจากขณะนั้นมีพระชันษาเพียง16 ปียังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์(ช่วงบุนนาค) จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและสถาปนากรมหมื่นบวรวิชัยชาญพระโอรสองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญพระมหาอุปราชระหว่างที่สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้สำเร็จราชการอยู่นั้นสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็ทรงใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาเป็นอันมากเช่นโบราณราชประเพณีรัฐประศาสน์โบราณคดีภาษาบาลีภาษาอังกฤษวิชาปืนไฟวิชามวยปล้ำวิชากระบี่กระบองและวิชาวิศวกรรม
ในตอนนี้ยังได้เสด็จประพาสสิงคโปร์และชวา2 ครั้งเสด็จประพาสอินเดีย1 ครั้งการเสด็จประพาสนี้มิใช่เพื่อสำราญพระราชหฤทัยแต่เพื่อทอดพระเนตรแบบแผนการปกครองที่ชาวยุโรปนำมาใช้ปกครองเมืองขึ้นของตนเพื่อจะได้นำมาแก้ไขการปกครองของไทยให้เหมาะสมแก่สมัยยิ่งขึ้นตลอดจนการแต่งตัวการตัดผมการเข้าเฝ้าในพระราชฐานก็ใช้ยืนและนั่งตามโอกาสสมควรไม่จำเป็นต้องหมอบคลานเหมือนแต่ก่อน
เมื่อพระชนมายุบรรลุพระราชนิติภาวะได้ทรงผนวชเป็นเวลา2 สัปดาห์แล้วจึงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นครั้งที่2 เมื่อวันที่15 พฤศจิกายน.. 2416 และนับจากนั้นมาก็ทรงพระราชอำนาจเด็ดขาดในการบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติทรงปกครองทำนุบำรุงพระราชอาณาจักรให้มั่งคั่งสมบูรณ์ดัวยรัฐสมบัติพิทักษ์พสกนิกรให้อยู่เย็นเป็นสุขบำบัดภัยอันตรายทั้งภายในภายนอกประเทศทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆอันก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์และสามารถธำรงเอกราชไว้ตราบจนทุกวันนี้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตเมื่อวันที่23 ตุลาคม..2453 รวมพระชนมายุได้58 พรรษาครองราชสมบัติมานานถึง42 ปี
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือพระบรมรูปทรงม้าตั้งอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยนำแบบอย่างมาจากพระบรมรูปของพระเจ้าหลุยส์ที่14 แห่งฝรั่งเศสที่กรุงปารีสด้วยฝีมือนายช่างชาวฝรั่งเศสบริษัทซุซเซอร์เฟรสฟอร์เดอร์ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่2 เมื่อ.. 2450
พระองค์เสด็จประทับให้ช่างปั้นชื่อจอร์จเซาโลปั้นเมื่อวันที่22 สิงหาคม2450 พระบรมรูปสำเร็จเรียบร้อยส่งเข้ามาถึงกรุงเทพฯเมื่อวันพุธที่11 พฤศจิกายน2451 อันเป็นเวลาพอดีกับงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกเนื่องในโอกาสเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ40 ปีเจ้าพนักงานได้อัญเชิญพระบรมรูปทรงม้าขึ้นประดิษฐานบนแท่นรองหน้าพระราชวังดุสิตโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปทรงทำพิธีเปิดด้วยพระองค์เอง
พระบรมรูปทรงม้าสร้างขึ้นด้วยเงินที่ประชาชนได้เรี่ยไรสมทบทุนส่วนเงินที่เหลือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้นำไปสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นมีนามตามพระปรมาภิไธยว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

 

ข่าวณ. วันที่7 .. 2554 เวลา10.19น

 

 

 

 

Trips on tour 6-10/10/2011

This slideshow requires JavaScript.

ประวัติผู้จัดทำ

นางสาว นุชนาถ วงศ์วิชาติ

ชื่อเล่น :  มะเหมี่ยว

การศึกษา: ปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                 ประกาศานียบัตรวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

สถานที่ทำงาน : โรงเรียนอนุบาลราชบุรี